กลุ่มเช่าประมูล
สำหรับผู้สนใจ
ของศักดิ์สิทธิ์มีพลังมากขึ้นนั้น ต้องอาศัย"หัวใจของผู้บูชา"ด้วยเช่นกัน
***เคล็ดความศักดิ์สิทธิ์***
จะให้ของศักดิ์สิทธิ์มีพลังมากขึ้นนั้น ต้องอาศัย"หัวใจของผู้บูชา"ด้วยเช่นกัน
จะให้ของศักดิ์สิทธิ์มีพลังมากขึ้นนั้น ต้องอาศัย"หัวใจของผู้บูชา"ด้วยเช่นกัน
ยิ่งศรัทธามากเท่าไหร่ ยิ่งขลังมาก!!!
ยิ่งมากคนบูชา ยิ่งมากความศักดิ์สิทธิ์
พระุพุทธพจน์วราภรณ์ ( จันทร์ กุสโล) เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ชีวิตและผลงาน
พระุพุทธพจน์วราภรณ์ ( จันทร์ กุสโล)
เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่
คัดลอกจาก www.oocities.org/thaimedicinecm/praputapojvarapon.htm
พระพุทธพจน์วราภรณ์ (จันทร์ กุสโล) ปัจจุบันอายุ ๘๘ ปี พรรษา ๖๘ เป็นเจ้าอาวาส วัดเจดีย์หลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และเป็นอดีตเจ้าคณะภาค ๔-๕-๖-๗ (ํธรรมยุต) ท่านเป็นพระนักปฎิบัติและนักพัฒนา ที่สำคัญยิ่งองค์หนึ่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่เคารพของสาธุชนทั่วไป
ถิ่นกำเนิด
ณ เรือนไม้อันร่มรื่น ริมน้ำปิง บ้านท่ากองิ้ว ตำบลปากบ่อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ตรงกับปีพุทธศักราช ๒๔๖๐ นายนารินต๊ะ กับ นางแสงทอง ผู้ภรรยา ได้มีโอกาสรับขวัญ ทายาทคนที่ ๖ ท่ามกลางความปิติยินดี ของพี่ชายและพี่สาวทั้ง ๕ ในวันจันทร์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เืดือน ๑ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ปีมะเส็ง ทารกชายสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ผิวพรรณ สะอาดหมดจด มีนามว่า "เด็กชาย จันทร์ แสงทอง"
ปฐมวัย
หลังจากที่โยมบิดา-มารดา แต่งงานกันไป ได้ไปทำการค้าขายอยู่ที่ตลาดท่ากองิ้ว ตำบลปากบ่อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน จนให้กำเนิดบุตรชายคนสุดท้อง (พระพุทธพจนวราภรณ์) เมื่อท่่านอายุได้ ๘ เดือน โยมบิดาได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคระบาดคือ กาฬโรค หลังจากโยมบิดาเสียชีวิตแล้ว มารดาได้ย้ายครอบครัว มาอยู่ในตลาดเมืองลำพูน ทำกิจการค้าขาย ซึ่งต่อมาเมื่อไม่อาจที่จะดำเนินการค้าขายได้อีกต่อไป จึงได้ย้ายไปอยู่ที่บ้าน ป่าแดด ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เนื่องจากมีปัญหา และอุปสรรคทางชีวิตครอบครัว คือโยมบิดาเสียชีวิตและต้องย้ายที่อยู่บ่อย จึงทำให้โอกาสทางการศึกษาผ่านไป จนกระทั่งอายุเลยเกณฑ์ภาคบังคับ (โรงเรียนในสมัยนั้น ถ้าเด็กอายุเลยเกณฑ์แล้ว จะไม่รับเข้าเรียน)
ท่านจึงต้องใช้ชีวิตอยู่แบบชาวบ้าน ที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษา ต้องช่วยโยมมารดา ทำงานตามฐานะ คือเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย ท่านเล่าให้ฟังว่า สถานที่เลี้ยงวัวเลี้ยงควายของท่าน ในสมัยเด็กๆ นั้นคือบริเวณทางรถไฟตั้งแต่แม่น้ำกวง เรื่อยไปจนถึงบริเวณดอยติ (อนุสาวรีย์ ครูบาศรีวิชัย ในปัจจุบัน)
เมื่อปี พุทธศักราช ๒๔๗๔ เมื่อท่านอายุย่างเข้า ๑๔ ปี โยมมารดาได้พากันไปฝากเป็น ศิษย์วัดป่าแดด ตำบลเวียงยอง จังหวัดลำพูน เป็นศิษย์วัดร่วมกับพี่ชาย (นายบุญปั๋น) ซึ่งบวชเป็นสามเณรอยู่ที่นั่น ท่านได้มีโอกาสเรียนอักษรพื้นเมือง ท่องบทสวดเจ็ดตำนาน และคำขอบวชเพื่อเตรียมตัวบวชเป็นสามเณร ในระหว่างเป็นศิษย์วัด ท่านเล่าให้ฟังว่า ลูกศิษย์ที่เป็นเพื่อนๆ กัน เมื่อพวกเขาได้รับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว ได้ไปโรงเรียนกันหมด ส่วนตัวท่านไม่ได้ไปเรียน เนื่องจากอายุเลยเกณฑ์ เลยต้องทำหน้าที่ขโยม (เป็นภาษาเหนือ หมายถึง ศิษย์วัด) ไปเก็บอาหารจากชาวบ้านมาถวายท่านสมภาร
ประมาณเดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๗๕ ขณะที่ท่่านกำลังตัดไม้ไผ่จะทำรั้ว พี่ชายได้มาตามให้ไปอยู่ที่วัดเจดีย์หลวงฯ เนื่องจากญาติที่อยู่ในเมืองลำพูนจะบวชเป็นสามเณรอยู่ที่นั่น ท่านจึังได้มีโอกาสเข้ามาเป็นศิษย์วัดเจดีย์หลวงฯ โดยได้รับการศึกษาชั้นเตรียม (ก่อนเรียนชั้นประถม) นับเป็นการเิริ่มต้นเรียนภาษาไทยของท่่าน ที่โีรงเรียนพุทธิโสภณ (ซึ่งในสมัย ตั้งอยู่ในวัดเจดีย์หลวงฯ ทางด้านเหนือของวิหาร ตรงที่เป็นศาลาเอนกประสงค์ ในปัจจุบัน) เป็นเวลาประมาณ ๔ เดือน พออ่านออกเขียนได้แล้ว ท่านพระครูสังฆรักษ์ (แหวว) (ต่อมาได้รับสมณศักดิ์เป็นพระพุทธิโสภณ) เห็นว่าอายุมากแล้ว จึงให้บรรพชาเป็นสามเณร วันที่ท่านบวชนั้นเป็นวันที่ พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดเจดีย์หลวง นับว่าเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่ศาสนา
บรรพชา
ท่านได้ทำการบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุได้ ๑๕ ปี ในเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๗๕ ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีพระครูนพีสีพิศาลคุณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์
เมื่อท่านมีอายุครบ ๒๐ ปี จึงได้ทำการอุปสมบท ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม พศ.๒๔๘๐ โดยมีพระพุทธิโสภณ (แหวว) วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์, พระญาณดิลก (สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ พิมพ์ ธมฺมธโร วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพฯ ) เป็นพระกรรมวาจาจารย์, พระครูพุทธิโสภณ (บุญปั๋น) วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายว่า "กุสโล"
การศึกษา
ในปีพ.ศ.๒๔๗๔ ท่านได้เข้าเรียนภาษาไทยที่โรงเรียนพุทธิืโสภณ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดเจดีย์หลวงฯ ด้วยความที่เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย พูดจาสุภาพอ่อนน้อม กิริยามารยาทเรียบร้อย มีความมานะพยายาม ขยันท่องบ่นสวดมนต์ และเรียนนักธรรม ซึ่งท่่านสอบนักธรรมตรีได้เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๖, ในปี พ.ศ.๒๔๗๗ สอบได้บาลีไวยกรณ์, ในปีพ.ศ.๒๔๗๘ สอบได้นักธรรมโท, ในปี พ.ศ.๒๔๘๑ ท่านได้ย้ายไปเรียนที่วัดบรมนิวาส ที่กรุงเทพฯ สอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค, ในปี พ.ศ.๒๔๘๒ สอบได้นักธรรมเอก และ เปรียญธรรม ๔ ประโยค, ในปี พ.ศ.๒๔๘๓ ท่านได้ย้ายกลับมาจำพรรษาอยู่ทีวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และสอบได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค หลังจากนั้นท่านได้พยายามลงไปสอบเปรียญธรรม ๖ ประโยค ที่กรุงเทพฯ อยู่หลายปี แต่ไม่ผ่าน เนื่องจากในสมัยนั้นเต็มไปด้วยปัญหา อุปสรรคนานัปการ เพราะว่าอยู่ช่วงของสงครามโลก อีกทั้งการติดต่อสื่อสารกันลำบากมาก โดยเฉพาะการเดินทางจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพฯ
การไ้ด้รับสมณศักดิ์
วัี่นที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๙๖ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่ "พระครูวินัยโกศล"
วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๒ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ "พระราชวินยาภรณ์ สุนทรธรรมสาธิต ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี"
วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๖ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ "พระเทพกวี เมธีธรรมโฆษิต อรรถกิจจาทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี"
วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๕ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ชั้นธรรม เป็นกรณีพิเศษ ในราชทินนามที่ "พระธรรมดิลก ธรรมสาธก วิจิตราภรณ์ สุนทร พิพิธธรรมวาที ตรีปิฎกวิภูสิต ธรรมมิกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี"
วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นหิรัญบัฏ หรือ รองสมเด็จพระราชาคณะ ในราชทินนามที่ "พระพุทธพจนวราภรณ์ อดิศรวุฒิโสภณ วิมลศีลาจารวัตร วิสุทธิธรรมปฏิบัติวินยวาท พุทธศาสน์คณาธิกร ธรรมยุตติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี"
ตำแหน่งงานทางศาสนา
พ.ศ.๒๔๘๗
ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสงฆ์ประจำอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าคณะอำเภอ จังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน-แม่ฮ่องสอน (ธรรมยุต)
* พ.ศ.๒๔๘๘
ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระวินัยธรชั้นต้น ภาค ๕ เขต ๑
* พ.ศ.๒๔๙๕
ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะธรรมยุตผู้ช่วย จังหวัด เชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง-อุตรดิตถ์
* พ.ศ.๒๕๐๒
ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
* พ.ศ.๒๕๑๒
ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๑๔
ได้รับการแต่งตั้งเป็นครูใหญ่โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา โรงเรียนสามัคคีวิทยาทาน
* พ.ศ.๒๕๑๖
ได้รับการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๒๒
ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน-แม่ฮ่องสอน ( ธรรมยุต)
* พ.ศ.๒๕๒๔
ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๓๐
ได้รับการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการ คณะธรรมยุต และเป็นประธานกรรมการโรงเรียน พระปริยัติธรรม และโรงเรียนธรรมสาธิตศึกษา จังหวัดลำพูน
* พ.ศ.๒๕๓๔
ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะภาค ๔-๕-๖-๗ (ธรรมยุต) และเป็นรองเลขาธิการ "สภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา"
* พ.ศ.๒๕๓๕
ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร(พระอารามหลวง) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิการศึกาา การศาสนา การวัฒณธรรม เขตการศึกษา ๘
* พ.ศ.๒๕๓๖
ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการแทน เจ้าคณะภาค ๔-๕-๖-๗(ธรรมยุต)
* พ.ศ.๒๕๓๗
ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะภาค ๔-๕-๖-๗ (ธรรมยุต)
ตำแหน่งงานอื่นๆ (จนถึงปัจจุบัน)
* พ.ศ.๒๕๐๒
เป็นประธานกรรมการมูลนิธิเมตตาศึกษา ได้ก่อตั้งโรงเรียนเมตตาศึกษา ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับเด็กเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และมีความประพฤติเรียบร้อยเข้าเรียน โดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ดำเนินงานมาจนถึงปัจจุบัน โดยอาศัยทุนทรัพย์จากผู้มีจิตศรัทธา ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิเมตตาศึกษา ตั้งอยู่ที่บริเวณภายในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๑๗
เป็นประธานกรรมการมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท โดยจัดตั้งมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ วัดป่าดาราภิรมย์ เลขที่ ๕๑๔ หมู่ที่ ๑ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๑๘
เป็นประธานคณะกรรมการส่วนภูมิภาค ภาค ๕ ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย (ฝ่ายบรรพชิต)
เป็นประธานชมรมศาสนิกสัมพันธ์เชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๒๑
เป็นอาจารย์พิเศษของสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโท อาทิ คณะศึกษาศาสตร์, มนุษยศาสตร์, สังคมศาสตร์, พยาบาลศาสตร์, ฯลฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสหวิทยาลัยครู-เชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๒๕
เป็นกรรมการที่ปรึกษา ชมรมยาพื้นบ้านล้านนาไทย ซึ่งเป็นการรักษาและอนุรักษ์ยาพื้นบ้านของไทย
* พ.ศ.๒๕๒๖
เป็นกรรมการอุปถัมภ์โรงเรียนพุทธิโสภณ
* พ.ศ.๒๕๒๗
เป็นกรรมการที่ปรึกษาหน่วยงานสากล ที่ให้การส่งเสริมความร่วมมือ และประสานงาน การพัฒนาชนบท ทุกระดับในประเทศไทย
เป็นกรรมการอุปถัมภ์มูลนิธิส่งเสริมโภชนาการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ
* พ.ศ.๒๕๓๒
เป็นกรรมอุปถัมภ์ชมรมธรรมานามัย ศูนย์เชียงใหม่
เป็นกรรมการวางแผนการศึกษาศาสนา และศิลปวัฒนธรรม ประจำจังหวัดเชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๓๔
ร่วมกับมูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย จัดตั้งมหาวิทยาลัยสงฆ์ทางพระพุทธศาสนาขึ้น ณ วัดเจดียย์หลวงฯ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีชื่อว่า "สภาการศึกษามหามกุำฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา"
* พ.ศ.๒๕๓๕
เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิการศึกษา การศาสนา และการวัฒนธรรม เขตการศึกษา ๘
ประสพการณ์ และการเผยแพร่ผลงาน
* พ.ศ.๒๔๘๑
ให้การศึกษาอบรมทางด้านจิตใจแก่ประชาชน รับนิมนต์ไปแสดงธรรมตามวัดและ สถานที่ต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดใกล้เคียง และต่างจังหวัด
แสดงพระธรรมเทศนาและข้อคิดเห็นอีกทั้งคติเตือนใจ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและ ทางสถานีโทรทัศน์ ตามรายการดังนี้
* พ.ศ.๒๔๙๘
พระธรรมเทศนา รายการ ๓๐ นาที ทุกวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ เวลา ๐๙.๓๐-๑๐.๐๐ น. สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศเชียงใหม่ ภาค AM
* พ.ศ.๒๕๐๓
ข้อคิดประจำวัน รายการ ๕ นาที ทุกวันก่อนปิดสถานีวิทยุ วปถ ๒ ค่ายกาวิละ เชียงใหม่ (ออกอากาศอยู่ ๑ ปี) ภายหลังเปลี่ยนเป็นรายการ ๑๕ นาที ทุกวัน เวลา ๐๕.๔๕-๐๖.๐๐ น. สถานีวิทยุทหารอากาศเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๘-ปัจจุบัน
* พ.ศ.๒๕๐๔
สนทนาธรรม รายการ ๓๐ นาที ทุกวันอาทิตย์ เวลา ๑๙.๐๐-๑๙.๓๐ น. ทางสถานีวิทยุ กระจายเสียงทหารอากาศเชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๒๕
พระธรรมยามเย็น เป็นรายการชีวิตสอดแทรกธรรมะ ๓๐ นาที ออกอากาศทุกวันเสาร์- อาทิตย์ เวลา ๑๘.๐๐-๑๘.๓๐ น. ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงสื่อสารมวลชน คณะมนุษศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๒๘
ชีพจรลงเท้า เป็นรายการ ๓๐ นาที ถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๗
แผ่นดินธรรม เป็นรายกาย ๓๐ นาที ถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๓
* พ.ศ.๒๕๒๙
ธรรมสวนะ เป็นรายการ ๓๐ นาที ถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๓ และช่อง ๘
* พ.ศ.๒๕๓๐
ระเบียบวินัยคือหัวใจของชาติ เป็นรายการ ๓๐ นาที เืดือนละครั้ง ทางสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ กรุงเทพฯ
และรายการธรรมะ ๕ นาที เป็นรายการ ๕ นาที ทุกวันก่อนเข้าห้องเรียน โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๓๒
บทบาทของพระสงฆ์กับการพัฒณาชนบท รายการ ๔๕ นาที ถ่ายทอดทางสถานี โทรทัศน์ช่อง ๑๑ (ช่อง๘ ลำปางเดิม)
* พ.ศ.๒๕๓๓
การแสดงปาฐกกถาและร่วมประชุมสัมนา "เกษตรสนทนา"
นอกจากนั้นท่านยังได้รับนิมนต์ไปแสดงปาฐกถาและร่วมประชุมสัมนาเกี่ยวกับงานที่ทำ
โดยเฉพาะงา่นด้านสภาพปัญหากับการพัฒนาชนบท งานเกี่ยวกับมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท ที่ท่่านดำรงตำแหน่งเป็นประธานอยู่ และงานเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ในประเทศไทย
* พ.ศ.๒๔๙๔
สถาบันการศึกษาทุกระดับในจังหวัดเชียงใหม่ และใกล้เคียง อาทิ เป็นครูสอนพิเศษ วิชาศีลธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ, เป็นครูสอนพิเศษวิทยาลัยครู, วิทยาลัยอาชีวศึกษา และมหาวิทยาลัย ฯลฯ, การบรรยายพิเศษแก่นักศึกษาคณะ พยาบาลศาสตร์
* พ.ศ.๒๔๙๖
ทางสื่อมวลชน คือสถานีวิทยุกระจายเสียงและทางสถานีโทรทัศน์
* พ.ศ.๒๕๑๓
องค์กรเอกชน อาทิ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย (บรรยายงานมูลนิธิเมตตาศึกษา และมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท ในการไปร่วมประชุมสัมนา)
* พ.ศ.๒๕๒๗
หน่วยงานรัฐบาล เช่นที่ทำเนียบรัฐบาล (บรรยายเกี่ยวกับการพัฒนาชนบท ปีละครั้ง ในระยะ ๓ ปี ติดต่อกัน ระหว่าง พ.ศ.๒๕๒๗-พ.ศ.๒๕๒๙)
ต่างประเทศ
* พ.ศ.๒๔๙๙
ร่วมประชุมสังคายนาพระไตรปิฎก ครั้งที่ ๖ ณ ประเทศพม่า ในงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ
* พ.ศ.๒๕๒๓
ร่วมอภิปรายในหัวข้อ " อิทธิพลของศาสนาและวัฒนธรรมในการพัฒนาชนบท" ในการประชุมสัีมนาองค์การเซนดร้า ณ ประเทศอินโดนีเซีย โดยรับนิมนต์จากสมาคม Y.M.C.A. เชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๒๓
ร่วมอภิปรายในหัวข้อ "บทบาทของพระสงฆ์กับการพัฒนาชนบท" กับสถาบันฝึกผู้ประสานงานพัฒนา และสมาคม Y.M.C.A. เชียงใหม่ ณ ประเทศมาเลเซีย
* พ.ศ.๒๕๒๕
รับนิมนต์ไปแสดงปาฐกธรรม ณ วัดไทยในรัฐต่างๆ ของประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น ที่ลอสแองเจลิส, ชิคาโก, นิวยอร์ก, วอชิงตัน ดี.ซี. ฯลฯ
การไปศึกษาและดูงานด้านศาสนาในค่างประเทศ
* พ.ศ.๒๔๙๗ และ ๒๔๙๘
ประเทศสิงค์โปร์และปีนัง
* พ.ศ.๒๔๙๙
ประเทศพม่า
* พ.ศ.๒๕๑๐ และ๒๕๓๕
ประเทศญี่ปุ่น
* พ.ศ.๒๕๑๑
ประเทศอินเดีย
* พ.ศ.๒๕๒๑
ประเทศอินโดนีเซีย
* พ.ศ.๒๕๒๕
ประเทศสหรัฐอเมริกา
* พ.ศ.๒๕๒๖ และ ๒๕๒๙
ประเทศศรีลังกา ๒ ครั้ง
* พ.ศ.๒๕๓๑
ประเทสออสเตรเลีย
* พ.ศ.๒๕๓๕
ประเทศจีน (สิบสองปันนา)
ประเทศอินโดนีเซีย
* พ.ศ.๒๕๓๗
ประเทศอเมริกาและยุโรป
* พ.ศ.๒๕๓๙
ประเทศจีน
* พ.ศ.๒๕๔๐
ประเทศจีน
* พ.ศ.๒๕๐๒
การตั้งมูลนิธิเมตตาศึกษา และโรงเรียนเมตตาศึกษา ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอ เมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ปกครองระดับท้องถิ่น อาทินายอำเภอ, ศึกษาธิการอำเภอ, นักธุรกิจว และกรรมการ ยุวพุทธิกสมาคมเชียงใหม่
วัตถุประสงค์หลัก เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ซึ่งเกิดขึ้นในวัยรุ่น อีกทั้ง ช่วยปลูก ฝังและส่งเสริมศีลธรรมไปพร้อมๆ กัน
ตลอดจนช่วยให้เด็กชนบท ที่เรียนดีแต่ยากจน ได้มีโอกาสเรียนต่อ หลังจากที่จบจาก การศึกษาภาคบังคับ แบบให้เปล่า คือนอกจากจะไม่เก็บค่าเล่าเรียน และค่าบำรุงใดๆ แล้ว มูลนิธิเมตตาศึกษา ยังให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือดเป็นกรณีพิเศษ ทั้งในด้าน จัดหาทุนเรียน, จัดหาผู้อุปการะ, ที่พักอาศัย, ให้ขอยืมแบบเรียน และกรณีจำเป็นอื่นๆ
พ.ศ.๒๕๑๒
การตั้งมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท ด้วยวัตถุประสงค์หลัก ที่จะให้โอกาส แก่เยาวชนชาย หญิง ในชนบทที่ต้องการศึกษา และคนชนบท ที่ยากจน ได้รับการพัฒนา จนกระทั่งถึงระดับ ที่ช่วยเหลือตนเอง และชุมชนได้ ทั้งในด้านงานอาชีพทางเกษตร และงานฝีมือต่างๆ ตลอดจนส่งเสริมแนวทาง การอนุรักษ์ทางศีลธรรม และวัฒนธรรมของชาติ และท้องถิ่น ไปพร้อมๆ กัน คือ เป็นการพัฒนาชนบทตามแนวคิดของจัดตั้งมูลนิธิที่ว่า "เศรษฐกิจ จิตใจ ต้องแก้ไขพร้อมกัน"
* พ.ศ.๒๕๓๔
การจัดตั้ง " สภาการศึกษา มหากุฎราชวิทยาลัย วิทยาาเขตล้านนา" เป็นมหาวิทยาลัย ทางพระพุทธศาสนา ในเขตภาคเหนือ มีสถานที่ตั้งอยู่ ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับความร่วมมือจากทางมูลนิธิมหากุฎราชวิทยาลัย กรุงเทพฯ
* พ.ศ.๒๕๐๐
หนังสือธรรมานุภาพ พิมพ์ที่สำนักพิมพ์คลิงวิทยา กรุงเทพฯ หนา ๓๗๖ หน้า เป็นหนัง สือธรรมะ และประเพณีต่างๆ ของล้านนาไทย
* พ.ศ.๒๕๐๓
หนังสือธรรมะจากสิ่งแวดล้อม พิมพ์ที่ ห.จ.ก.ฤทธิการพิมพ์ กรุงเทพฯ หนา ๖๔ หน้า เป็นหนังสือเล่าเรื่องการเดินทางที่ให้ข้อคิดทางธรรมะ จากอำเภอเมือง ไปอำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๐๙, ๒๕๒๒, และ๒๕๒๔
หนังสือข้อคิดประจำวัน พิมพ์ครั้งที่ ๑ สำนักพิมพ์คลังวิทยา กรุงเทพฯ พิมพ์ครั้งที่ ๒ และ ๓ ที่โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย กรุงเทพฯ หนา ๔๓๐ หน้า เป็นหนังสือรวบรวมราย การข้อคิดประจำวัน ซึ่งเป็นข้อคิดทางธรรมะ ที่ออกอากาศ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงทหาร อากาศเชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๐๙
หนังสือ เครื่องหมายคนดี พิมพ์ที่สำนักพิมพ์คลังวิทยา กรุงเทพฯ เป็นหนังสือที่รวบรวม บทความทางธรรมะ ซึ่งเป็นรายการที่บรรยายทางสถานีวิทยุ วปถ.๒
* พ.ศ.๒๕๑๒
หนังสือพระไทยไปญี่ปุ่น พิมพ์ที่โรงพิมพ์ไทยเขษม กรุงเทพฯ หนา ๔๑๑ หน้า เป็นหนัง สือสารคดีท่องเที่ยวญี่ปุ่นทางเรือที่แทรกธรรมะ และบรรยาย หรือพรรนา ด้วยบทร้อยแก้ว และ ร้อยกรอง
* พ.ศ.๒๕๒๔
หนังสือมงคลชีวิต พิมพ์ที่กลางเวียงการพิมพ์ จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งสิ้น ๑๕ ครั้ง คือ ปี พ.ศ.๒๕๒๔, ๒๕๒๖, ๒๕๒๗, ๒๕๒๙, ๒๕๓๐, ๒๕๓๑, ๒๕๓๒, ๒๕๓๓, ๒๕๓๔, ๒๕๓๕, ๒๕๓๖, ๒๕๓๗, ๒๕๓๘, ๒๕๓๙, ๒๕๔๐ เป็นหนังสือที่รวบรวมขัอคิดคติเตือนใจ และศานพิธีต่างๆ โดยย่อจาก หนังสือธรรมบรรณาการที่พิมพ์แจกเป็น ส.ค.ศ. ตั้งแต่ปี ๒๕๐๔ จนถึงปัจจุบัน และหนังสือ Wisdom Of Ven Phra Thepdkawee แปลมาจาก หนังสือมงคลชีวิต สำหรับแจกชาวต่างประเทศ
* พ.ศ.๒๕๒๘
หนังสือชีวิตโยมแม่ เป็นหนังสืองานที่ระลึก ฌาปนกิจศพโยมแม่แสง แสงทอง พิมพ์ที่ กลางเวียงการพิมพ์ จังหวัดเชียงใหม่
* พ.ศ.๒๔๓๐
หนังสือพัฒนาชนบท พิมพ์ที่กลางเวียงการพิมพ์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนังสือรวบรวม ประวัติการดำเนินการ และผลงานของมูลนิธิเมตตาศึกษา และมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท
* พ.ศ.๒๕๓๕
หนังสือรวมบทร้อยกรอง ที่ประพันธ์ขึ้นในโอกาสต่างๆ จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกในงานถวาย ปริญญาพัฒนาบริหารศาสตร์ ดุษฎีบัณฑิตกิตติศักดิ์ ทางพัฒนาสังคมของสถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์(นิด้า) เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๕
* พ.ศ.๒๕๓๖
หนังสือมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท พิมพ์ที่ ห.จ.ก. ฤทธิศรีการพิมพ์ กรุงเทพฯ หนา ๑๑๖ หน้า เป็นหนังสือที่ระลึกเนื่องในโอกาสทีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาๆ สยามบรมราชกุมารี เสด็จๆ มาทรงเป็นองค์ประธานเปิดอาคาร ซี.ฟริส เยสเปอร์เซ๋น ณ วัดป่าดาราภิรมย์ อำเภอ แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๓๗
หนังสือพระเชียงใหม่ไปอเมริกา-มายุโรป พิมพ์ที่โรงพิมพ์ครองช่างการพิมพ์ จังหวัด เชียงใหม่ หนา ๑๙๒ หน้า เป็นหนังสือร้อยแก้วและร้อยกรอง
* พ.ศ.๒๕๓๙
หนังสือพระเชียงใหม่ไปอเมริกา-มายุโรป ออกแบบและจัดรูปเล่มใหม่โดยพระอธินันท์ ปุญฺฺญนนฺโท พิมพ์ที่โรงพิมพ์กลางเวียงการพิมพ์ จังหวัดเชียงใหม่ หนา ๑๓๖ หน้า จำนวน ๓, ๐๐๐ เล่ม
หนังสือเครื่องหมายของคนดี ออกแบบและจัดรูปเล่มใหม่โดยพระอธินันท์ ปุญฺญนนฺโท พิมพ์ที่โรงพิมพ์กลางเวียงการพิมพ์ จังหวัดเชียงใหม่ หนา ๒๘๐ หน้า จำนวน ๓, ๐๐๐ เล่ม
* พ.ศ.๒๕๔๐
หนังสือชีวิตกับการรักษาจิต พิมพ์ที่โรงพิมพ์นันทพันธ์ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๓,๐๐๐ เล่ม
หนังสือชีิวิตที่มีความสุข เล่ม ๑ และ ๒ พิมพ์ที่โรงพิมพ์นันทพันธ์ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๖,๐๐๐ เล่ม
หนังสือยอดของความสุข พิมพ์ที่โรงพิมพ์นันทพันธ์ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๓,๐๐๐ เล่ม
หนังสือคู่มือปฎิบัติธรรม พิมพ์ที่โรงพิมพ์ประชาชน กรุงเทพฯ จำนวน ๓,๐๐๐ เล่ม
หนังสือคำกลอนสอนใจ พิมพ์ที่โรงพิมพ์กลางเวียงการพิมพ์ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๓,๐๐๐ เล่ม
* พ.ศ.๒๔๙๔ จนถึงปัจจุบัน
ได้เขียนบทความต่างๆ ที่พิมพ์เผยแพร่ในวรสารครูเชียงใหม่, หนังสือพิมพ์, นิตยสาร และหนังสืออนุสรณ์ต่างๆ หนังสือที่พิมพ์แจกในงานศพ ฯลฯ
ผลงานดีเด่น และเกียรติคุณที่ได้รับยกย่อง
* พ.ศ.๒๕๐๒ ถึงปัจจุบัน
ริเิริ่มงานพัฒนาคุณภาำำพชีวิต ด้วยระบบมูลนิธิๆ และการจัดการศึกษาในลักษณะแบบ ให้เปล่าแก่เด็กยากจน ที่ไม่มีโอกาส คือ มูลนิธิเมตตาศึกษา และโรงเรียนเมตตาศึกษา
ได้มีศรัทธา จำนวนมากทั้งส่วนบุคคล และองค์กรทั้งของรัฐและเอกชนในประเทศ และ ต่างประเทศ ได้ร่วมกันบริจาคสร้างตึกเรียน , หอประชุมมีชื่อว่า "วินยาภรณ์" (ตั้งชื่อเป็น เกียรติแก่พระธรรมดิลก เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นพระราชวินยาภรณ์ ด้วยเงินบริจาคจาก องค์กร NOVIB ประเทศเนเธอร์แลนด์) และช่วยให้นักเรียนที่นอกจากจะไม่เสียค่าเล่าเรียน และ ค่าบำรุงใดๆ แล้่ว ยังได้รับความช่วยเหลือ ตามความจำเป็นด้านต่างๆ อาทิ ค่าอาหาร กลางวัน, ค่ารถไปโรงเรียน, ค่าอุปกรณ์การเรียน นอกจากนี้ นักเรียน ยังมีโอกาสได้ทำงาน พิเศษ เพื่อเสริมรายได้ให้ครอบครัว นอกเวลาเรียน และระหว่างปิดภาคเรียน ตลอดจนมีโอกาส แข่งขันชิงทุนของมูลนิธิเมตตายามาโมโต (จัดตั้งขึ้นจากจ้อตกลงร่วมกัน ระหว่าง Mr.Munio Yamamoto ชาวญี่ปุ่น ที่ศรัทธาต่อพระธรรมดิลก เมื่อปลายปี พ.ศ.๒๕๒๘ ) หลังจากที่จบการศึกษาของโรงเรียนในระดับมัธยม ๖ แล้ว เพื่อเข้ารับการศึก ษาและฝึกทักษะการใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นเวลา ๑ ปีเต็มในประเทศ หรือบางปี ก็ได้ไปเรียนและ ฝึกงานในบริษัทของผู้ให้ทุนผ่านมูลนิธิๆ มา เช่น ณ ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา ๖ เืดือนเต็ม เป็นต้น ผลสำเร็จสูงสุดของผู้ได้รับทุนนี้คือ ทุกคนได้รับการจองตัว หรือได้งานดี และได้รับ เงินเดือนสูง กว่าระดับปริญญา
* พ.ศ.๒๕๐๔ ถึงปัจจุบัน
มีความสามารถเชิงกวีนิพนธ์ เชิงปลูกฝังคุณธรรม ที่ให้ข้อคิดในการดำรงชีวิตประจำวัน ของคนทั่วไป โดยได้เริ่มเผยแพร่ออกสู่สายตา ประชาชนในรูปของ " มงคลชีวิตประสิทธิ์พร" ที่จัดพิมพ์ลงในบัตรส่งความสุขในแต่ละปี เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๔ จนถึงปัจจุบัน คำพรข้อคิด สั้นๆ ที่พระเทพกวี ได้ร้อยกรองขึ้นนี้ มีผู้กล่าวขวัญ และนิยมกันมาก คือ ได้มีผู้รวบรวมจัด พิมพ์เผยแพร่ ในลักษณะของจุลสาร, หนังสือชำร่วย ที่แจกในโอกาสต่างๆ และได้นำออก รายการข้อคิดประจำวัน ทางสถานีวิทยุทหารอากาศ และวิทยุประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ ทุกวัน และในปี พ.ศ.๒๕๓๑ ได้มีผุ้นำมงคลชีวิตประสิทธิ์พร มาแปลเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ผลงาน เชิงกวีนิพนธ์ ที่เป็นคติเตือนในหรือสอนใจนี้ แพร่หลาย เป็นที่นิยมยกย่อง ในต่างประเทศ อีกด้วย
ริเริ่มงานพัฒนาชนบทแบบผสมผสานและครบวงจร ในระดับหมู่บ้านของ ๓ จังหวัด ภาคเหนือ เชียงใหม่-ลำพูน -แม่ฮ่องสอน คือการก่อตั้งมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท
* พ.ศ.๒๕๒๓
มีผลการพัฒนาดีเด่น เป็นข้อความที่ประกาศยกย่อง ไว้ในวารสารเศรษฐกิจและสังคม ปีที่ ๑๘ ฉบับที่ ๒ เดือนมีนาคม-เมษายน พ.ศ.๒๕๒๔ โดยฝ่ายเผยแผ่การพัฒนากองศึกษา ภาวะเศรษฐกิจ สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ได้สรุปผลงานของ " พระธรรมดิลก" ซึ่งได้กล่าวมาแล้ว และใคร่ขอยกคำตอบสัมภาษณ์ ของประธานกรรมการมูล นิธิๆ แห่งแรก ที่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบทว่า
" มูลนิธิๆ นี้่ได้ช่วยเหลือพวกเรา ซึ่งยากจนวแร้นแค้น ให้ลืมตาอ้าปากได้ พวกผมทุกคน รู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของหลวงพ่อมาก ท่านเป็นพระมาโปรดพวกเราแท้ๆ "
- พระธรรมดิลก มีผลงานทางวิชาการดีเด่น ได้รับการถวายประกาศนียบัตร "ประกาศ เชิดชูเกียรติคุณ" จากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๓ ที่ได้อุทิศ เวลา กำลังกาย กำลังใจ กำลังความคิด และได้บำเพ็ญประโยชน์ ในการ ส่งเสริมการศึกษาแก่ประชาชน และืท้องถิ่น ยังให้เกิดความเจริญมั่นคง และดำรง คุณธรรมดีเด่นแก่สังคมโดยส่วนรวม สมควรเป็นแบบอย่างแก่อนุชนคนรุ่นหลังและหมู่คณะ ในทางส่งเสริมความเจริญก้าวหน้า แก่ประเทศชาติบ้านเมืองสืบต่อไป
* พ.ศ.๒๕๒๔
- ได้รับเลือกให้เป็นนักสงคมสงเคราะห์ดีเด่นประจำปี พ.ศ.๒๕๒๔ สาขา " สังคมอาสาสมัคร" จากกรมประชาสงเคราะห์ ร่วมกับสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย, คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สภาสตรีแห่งชาิติ และมูลนิธิศาสตราจารย์ปกรณ์ อังศุสิงห์ เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๔ โดยนายสัญญา ธรรมศักดิ์ ประธานองคมนตรี ได้เป็นผู้ถวายโล่รางวัลดีเด่น ประจำสาขาเพื่อสรรเสริญเกียรติคุณ ณ หอประชุมกองทัพบก
* พ.ศ.๒๕๒๕
- ได้รับเลือกใ้ห้เป็นผู้มีความอุตสาหะวิริยะ จำพระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิก ศิษยานุศิษย์ กระทำการพัฒนาวัด ถึงขั้นสำเร็จผลทั้งสถานที่ บุคคล และกิจกรรมอำนวยผลสถิตยสถาพรแก่บวรพุทธศาสนา ตามโครงการพัฒนาวัดทั่วราชอาณาจักรของรัฐบาล โดยกรมการศาสนา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงพอพระทัย จังได้ประทาน "ประกาศนียบัตรพัฒนา และพัดพัฒนา" ไว้เพื่อเชิดชูเกียรติของ พระธรรมดิลก เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๕ ทั้งนี้เพื่อเป็นตัวอย่างแก่วัดพระพุทธศาสนา ในราชอาณาจักรไทย สืบต่อไป
* พ.ศ.๒๕๒๘
- ได้รับการถวายโล่เกียรติคุณ เพื่อยกย่องและประกาศเกียรติคุณ ในผลสำเร็จของการ พัฒนาหมู่บ้าน และชุมชน ตามอุดมการณ์ "แผ่นดินธรรม-แผ่นดินทอง" จากคณะกรรมการ เอกลักษณ์ของชาติ "แผ่นดินธรรม-แผ่นดินทอง ครั้งที่ ๒" ซึ่งจัดขึ้นในระหว่าง วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๘ โดย ๆ พณๆ พลเอกประจวบ สุนทรางกูร รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เป็นผู้ถวายโล่รางวัล ประกาศเกียรติคุณ
* พ.ศ.๒๕๓๐
- ได้รับการถวายปริญญาศิลปศาสตร์บัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพัฒนาชุมชน คณะวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ปีการศึกษา พ.ศ.๒๕๒๙ จากการอนุมัติของสภาการฝึกหัดครู เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๐ ตามคำเสนอขอของสหวิทยาลัยล้านนา วิทยาลัยครู เชียงใหม่ โดยมีอธิบดีกรมการฝึกหัดครูเป็นผู้ถวายปริญญาดังกล่าว เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๐ เพราะได้พิจารณาเห็นว่า พระธรรมดิลก เป็นบุคคลหรือพระภิกษุสงฆ์ซึ่ง ถึงพร้อมด้วยคุณธรรมความดี และมีความซื่อสัตย์ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชน และ ศิษยานุศิษย์อย่างกว้างขวาง เป็นผู้ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจ และสติปัญญาให้กับงานด้านสังคม สงเคราะห์ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมนานัปการจนเป็นที่รู้จัก และยอมรับกันอย่างกว้าง ขวางทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เป็นตัวอย่างแห่งการครองตน ครองคน และครองงาน สมควรที่คนทั้งหลายจะได้ถือเป็นเยี่่ยงอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในด้านให้การศึกษาอบรมทางด้านจิตใจ การจัดตั้งมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท ด้วยความเป็นผู้มีเมตตาจิตสูง และนึกถึงประชาชน ที่ยากจนในท้องถิ่นชนบท ซึ่งด้อยโอกาส ในด้านการศึกษา การพัฒนาตนเอง ตลอดจนโครง การพัฒนาชนบทในรูปแบบต่างๆ ช่วยชี้นำการดำเนินชีวิตแก่บุคคล สรรค์สร้างเอกสาร เผยแพร่ทางศีลธรรม เป็นบุคคลตัวอย่างที่ควรชื่นชมยินดี สมควรแก่การยกย่องเป็นอย่างยิ่ง ผลงานทั้งหลายของท่านทรงคุณค่า จนไม่อาจประเมิณเปรียบเทียบกับสิ่งใดได้ นับเป็นผลงาน ดีเด่นในด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สิ่งเสริมการศึกษา การพัฒนาชุมชนแก่ประชาชน และสังคม จนเป็นที่ประจักษ์ชัดแก่ประชาชน ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ต่างก็ยอมรับ และนับถือศรัทธาโดยทั่วกัน
* พ. ศ.๒๕๓๒
- ได้รับการยกย่อง และคัดเลือกให้ได้รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อ พระพุทธศาสนา
* พ.ศ.๒๕๓๒ ประเภทส่งเสริมและพัฒนาชุมชน โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยคณะกรรมการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา พ.ศ.๒๕๓๒ ในพระสสังฆราชูปถัมภ์ ซึ่งได้รับการมอบหมายจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเ็ด็จพระสังฆราช สกลมาหสังฆปรินายก ประธานคณะกรรมการจัดงานฝ่ายบรรพชิต และพลเอกเชาวลิต ยงใจยุทธ ผู้บัญชาการทหารบก รักษาการผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประธานคณะกรรมการ จัดงานฝ่ายคฤหัสถ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาๆ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาพระราชทาน รางวัล ที่กองอำนวยการบริเวณปะรำพิธี ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๒ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติที่พระธรรมดิลก เป็นตัวอย่่างอันดีแก่สังคม และเยาวชนของชาติ และช่วยส่งเสริม สนับสนุนงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ให้มั่นคง สถาพร สืบไป
- ได้รับการยกย่องให้เป็นพระสงฆ์นักพัฒนาดีเด่น ประจำปี พ.ศ.๒๕๓๒ จากการสรรหาและคัดเลือกของคณะกรรมการ มูลนิธิสมาน-คุณหญิงเบญจา แสงมลิ สำหรัรบผู้มีผลงานดีเด่น ใน ๔ สาขา คือ ครูสอนภาษาไทย, ครูสอนสังคมศึกษา, ผู้บริหาร การศึกษา และพระสงฆ์นักพัฒนา โดยทางมูลนิธิๆ ได้ประกาศเกียรติคุณที่พระธรรมดิลก ได้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา และสนับสนุนส่งเิสริมการพัฒนาชุมชน โดยใช้หลักธรรม ทางพระพุทธศาสนา อย่างต่อเนื่อง ถึงปัจจุบัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาๆ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าๆ ให้ผู้มีผลงานทั้ง ๔ สาขา เข้าเฝ้าๆ รับพระราชทานรางวัล ประกาศเกียรติคุณบัีตร เข็มที่ระลึกเชิดชูเกียรติ พัด ย่าม ฯลฯ ณ พระาชวังสวนจิตรลดา เมื่อวันที่ ๗ สิ่งหาคม พ.ศ.๒๕๓๒
* พ.ศ.๒๕๓๒
- ได้รับปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขามนุษยศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที ๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๒ นับเป็นพระสงฆ์ องค์แรกของประเทศไทยที่สภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ในเกียรติคุณ และผลงาน ของพระธรรมดิลก ที่สมควรยกย่องให้ปรากฎ ไม่ว่าจะเป็นการอุทิศตน เพื่อผลงาน ที่พัฒนาตัวมนุษย์ และสังคมชนบท ชาวเมืองตลอดจนการประยุต์หลักธรรม คำสั่งสอนเืพื่อปรับปรุงวิถีชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะคนชนบท ที่ยากจนไปสู่เป้าหมาย ของการพึ่งตนเอง ได้อย่างสัมฤทธิ์ผลด้วยลักษณะที่ยั่งยืน
* พ.ศ.๒๕๓๓
- กรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ มอบประกาศเกียรติคุณให้เป็น เกียรติแด่ " มูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท " ที่ได้ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง ในการเผยแพร่ผล งานขององค์กร เนื่องในโอกาสประชุมสมัชฃาสากล ว่าด้วยการศึกษาผู้ใหญ่ ครั้งที่ ๔ ระหว่าง วันที่ ๑๐-๑๑ มกราคม ๒๕๓๓ ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๓๓
- ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ฟื้นฟูขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย โดยสมเด็จพระ ธีรญาณมุนี ได้ยกย่องประกาศเกียรติคุณคนดี สร้างสรรค์สังคม ร่วมมือในศาสนกิจ แก่ตน และส่วนรวม เป็นแบบอย่างอันดีงาม แด่สาธุชนตามนโยบายของศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ในวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๓
* พ.ศ.๒๕๓๔
- ได้รับประกาศนียบัตรชมเชย ในการรักษาสิ่งแวดล้อมของวัดป่าดาราภิรมย์ดีเด่น จากสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
- ได้รับการถวายประกาศเกียรติคุณ ในด้านมีสาธณูปโภคดีเด่น ประจำปี พ.ศ.๒๕๓๔ จากคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่
* พ.ศ.๒๕๓๕
- ได้รับปริญญาพัฒนบริหารศาสรต์็ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากสถาบันบริหารศาสตร์ (นิด้า) เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๕ ด้วยการยอมรับและยกย่อง ในเกียรติคุณและ ผลงานเชิงพัฒนา ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดและแพร่หลายของพระธรรมดิลก ทั้งในประเทศและ ระหว่างประเทศ
- กระทรวงศึกษาธิการ ได้ยกย่องประกาศเกียรติคุณแด่มูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท ในฐานะองค์กรเอกชนดีเด่น ที่จัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนประจำปี ๒๕๓๕ ประเภทองค์กรหรือสถาบัน เพื่อสาธารณประโยชน์ ในวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๓๕
- มูลนิธิศาสตราจารย์ประภาศน์ อวยชัย เพื่อการสังคมสงเคราะห์และการพัฒนาสังคม ถวายโล่เกียรติคุณ ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นในด้านการพัฒนาสังคม ได้บำเพ็ญประโยชน์ ต่อประชาชน สังคม และประเทศชาติ ควรแก่การยกย่องและถือเป็นแบบฉบับ ในวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๓๕
- กระทรวงศึกษาธิการ ถวายโล่เกียรติคุณให้ไว้เพื่อแสดงว่า พระธรรมดิลก จัดบริหาร ส่งเสริมสนับสนุนแนะนำ พัฒนาวัดให้เป็นอุทยานการศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๓๖
- มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ถวายโล่รางวัล แด่ศูนย์ศึกษาพัฒนาชนบท มูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท ในฐานะองค์กรเอกชน ที่มีผลงานดีเด่น ด้านส่งเสริมการพัฒนา ชนบท ประจำปี ๒๕๓๖ ในวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๓๖
* พ.ศ.๒๕๓๘
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าๆ พระราชทานโล่รางวัล " มหิดลวรานุสรณ์ " แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เืพื่อถวาย แด่พระธรรมดิอก ผู้ได้บำเพ็ญคุณประโยชน์ต่อประชาชน สังคม และประเทศชาติ ควรแก่ การยกย่อง และถือเป็นแบบฉบับ ถวายในโอกาส " วันมหิดล" ณ วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๓๘
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แม่โจ้ ถวายปริญญาเทคโนโลยี่การเกษตรดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการวางแผนและพัฒนาชนบท ประจำการศึกษา ๒๕๓๘
- ได้รับการถวายรางวัลศิลปินแห่งชาติ บุคคลผุ้มีผลงานทางด้านวัฒนธรรมดีเด่น สาขา ภูมิปัญญาชาวบ้าน ประจำปี ๒๕๓๘ จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
( รวบรวมและเรียบเรียงเพิ่มเติมจากต้นฉบับเดิม ของ ดร.วันเพ็ญ สุรฤกษ์ หนังสือที่ระลึก ๗๒ ปี พระเทพกวี
โดย ..อธินันท์ อ่ำบุญ ๒๓ กันยายน ๒๕๔๐)
มรณภาพ
พระพุทธพจนวราภรณ์ (จันทร์ กุสโล) ได้มรณภาพลงอย่างสงบด้วยโรคถุงลมโป่งพอง และโรคปอด เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๑ เวลาประมาณ ๑๘.๓๕ นาฬิกา หลังจากรักษาอาการอาพาธมาเป็นเวลานาน โดยคณะแพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้ย้ายการรักษาจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ มาถวายการรักษาอยู่ ณ กุฏิจันทร์ กุสโล ภายในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตั้งแต่วันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นต้นมาจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต สิริอายุรวม ๙๑ ปี พรรษา ๗๑
พระพุทธ
4
พระธรรม
4
พระสงฆ์
4
อุบาสก
4
อุบาสิกา
4
ปกิณกะ
4
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น
(Atom)




